Everyday English • Belief & Disbeliefทุกวันนี้เราเห็นข้อมูล ข่าว คลิป และโพสต์จำนวนมากบนเว็บไซต์และ Social Media บางเรื่องจริง บางเรื่องยังไม่แน่ชัด ก่อนเชื่อหรือแชร์จึงควรรู้จักทั้งวิธี “แสดงความเชื่อ”, “ไม่เชื่อ”, “ยังไม่แน่ใจ” และ “ขอตรวจสอบข้อมูลก่อน” บทเรียนนี้รวมประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้จริง พร้อมคำแปลและปุ่มฟังเสียง US/UK
กด Listen แล้วพูดตามเพื่อฝึกน้ำเสียงเชื่อ สงสัย และไม่เชื่อ
ประโยคแสดงว่า “เชื่อ”
I believe you.
ฉันเชื่อคุณ
I think it’s true.
ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง
That makes sense.
ฟังดูสมเหตุสมผล
It’s true.
มันเป็นเรื่องจริง
ประโยคแสดงว่า “ไม่อยากเชื่อ / ประหลาดใจ”
I can’t believe it.
ฉันไม่อยากเชื่อเลย / ไม่น่าเชื่อเลย
ใช้ได้ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง
Are you kidding?
คุณล้อเล่นใช่ไหม
No way!
ไม่มีทาง! / ไม่น่าเชื่อ!
Seriously?
จริงเหรอ?
ประโยคแสดงว่า “ยังไม่แน่ใจ”
I’m not sure.
ฉันยังไม่แน่ใจ
I’m not sure if that’s true.
ฉันไม่แน่ใจว่าเรื่องนั้นจริงหรือไม่
I doubt it.
ฉันสงสัยว่าไม่น่าจะจริง
I’m not convinced.
ฉันยังไม่เชื่อ / ยังไม่มั่นใจ
ถามเพื่อยืนยันว่าเรื่องนั้นจริงหรือไม่
Is that true?
เรื่องนั้นจริงไหม
Are you sure?
คุณแน่ใจไหม
Where did you hear that?
คุณได้ยินเรื่องนั้นมาจากไหน
Where did you get this information?
คุณได้ข้อมูลนี้มาจากไหน
ก่อนแชร์ข้อมูล ใช้ประโยคเหล่านี้ได้
Let’s check the source first.
ตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนดีกว่า
Can you verify this?
ช่วยตรวจสอบข้อมูลนี้ได้ไหม
Don’t share it yet.
ยังอย่าเพิ่งแชร์
Let’s make sure it’s true first.
ตรวจให้แน่ใจก่อนว่าเป็นเรื่องจริง
คำว่า “No wonder” ใช้อย่างไร?
No wonder.
ไม่แปลกใจเลย / อย่างนี้นี่เอง
No wonder he’s tired.
ไม่แปลกใจเลยที่เขาเหนื่อย
No wonder ไม่ได้หมายถึง “ไม่เชื่อ” แต่หมายถึง “ไม่แปลกใจ” หรือ “ไม่น่าแปลกใจ” เมื่อเราเพิ่งรู้เหตุผลของบางสิ่ง
บทสนทนาตัวอย่าง
Scenario 1 — Surprised but Believing
ประหลาดใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายโกหก
A
I’m 60 years old.
ฉันอายุ 60 ปีแล้ว
B
Really? I can’t believe it!
จริงเหรอ ไม่น่าเชื่อเลย!
Scenario 2 — Before Sharing a Post
ใช้กับข่าวหรือข้อมูลบน Social Media
A
I saw this online. Should I share it?
ฉันเห็นเรื่องนี้ออนไลน์ ควรแชร์ไหม
B
I’m not sure if it’s true.
ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่
B
Let’s check the source first.
ตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนดีกว่า
ตัวอย่างประโยคที่แนะนำให้ใช้
△ Are you just kidding?
เข้าใจได้ แต่ในการสนทนาทั่วไปมักพูดสั้นกว่า
✓ Are you kidding?
คุณล้อเล่นใช่ไหม
△ No Wonder = ไม่เชื่อ
ความหมายไม่ตรง
✓ No wonder = ไม่แปลกใจ / อย่างนี้นี่เอง
ใช้เมื่อเข้าใจเหตุผลแล้วว่าเหตุใดสิ่งหนึ่งจึงเกิดขึ้น
△ No way = ไม่เชื่ออย่างเดียว
คำนี้มีหลายความหมาย ขึ้นกับน้ำเสียงและบริบท
✓ No way! = ไม่มีทาง! / ไม่น่าเชื่อ!
อาจเป็นการปฏิเสธอย่างหนักแน่นหรือแสดงความตกใจก็ได้
△ I can’t believe it = ไม่เชื่อว่าโกหก
ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายโกหกเสมอไป
✓ I can’t believe it = ไม่น่าเชื่อเลย
ใช้แสดงความประหลาดใจได้ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี
เคล็ดลับก่อนเชื่อหรือแชร์ข้อมูล
1. ถามแหล่งที่มาWhere did you get this information?
2. ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้พูดตรง ๆI’m not sure if that’s true.
3. อย่ารีบแชร์Don’t share it yet.
4. ตรวจหลายแหล่งอย่าพึ่งข้อมูลจากโพสต์เดียว โดยเฉพาะเรื่องสำคัญ
5. แยก “ความเห็น” กับ “ข้อเท็จจริง”I think… คือความคิดเห็น ส่วน It’s true. เป็นการยืนยันข้อเท็จจริง
6. ใช้น้ำเสียงสุภาพแทนที่จะพูดว่า “You’re wrong” อาจพูด I’m not sure that’s correct.
สูตรจำง่าย:
Believe → I think it’s true.
Surprise → I can’t believe it!
Doubt → I’m not sure.
Verify → Let’s check the source first.
FAQ
“I can’t believe it” แปลว่าไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายพูดจริงเสมอไหม?
ไม่เสมอไป มักใช้แสดงความประหลาดใจ เช่น เรื่องน่ายินดี เรื่องไม่น่าเชื่อ หรือเรื่องที่คาดไม่ถึง
“No wonder” หมายถึงอะไร?
หมายถึง “ไม่แปลกใจ” หรือ “อย่างนี้นี่เอง” เช่น No wonder he’s tired. = ไม่แปลกใจเลยที่เขาเหนื่อย
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าข้อมูลจริงไหม ควรพูดอย่างไร?
ใช้ I’m not sure if that’s true., Can you verify this? หรือ Let’s check the source first.