Skip to main content

Parts of Speech คืออะไร? 9 ชนิดของคำภาษาอังกฤษ พร้อมฟังเสียงและ Quiz

PARTS OF SPEECH

Parts of Speech หมายถึงการแบ่งคำตามหน้าที่ที่คำทำในประโยค เช่น คำที่ใช้เรียกคนหรือสิ่งของ คำที่แสดงการกระทำ คำที่ขยายคำนาม หรือคำที่เชื่อมประโยค การเข้าใจหน้าที่ของคำช่วยให้เรา เรียงคำ แต่งประโยค อ่านไวยากรณ์ และเลือกคำได้ถูกต้องขึ้น

💡 ทำไมบางตำราบอก 8 Parts of Speech แต่บางตำราบอก 9?

บทความนี้ใช้รูปแบบ 9 กลุ่ม โดยแยก Article ออกมาเป็นหัวข้อเฉพาะเพื่อให้ผู้เริ่มต้นเข้าใจ a / an / the ได้ง่าย แต่ตำราบางเล่มนับ 8 กลุ่มและรวม Article ไว้กับ Determiner หรือการขยายคำนาม ดังนั้นจำนวนอาจต่างกันตามระบบไวยากรณ์ที่ใช้

1. Nounคำนาม
2. Pronounคำสรรพนาม
3. Verbคำกริยา
4. Adjectiveคำคุณศัพท์
5. Adverbคำกริยาวิเศษณ์
6. Articlea / an / the
7. Prepositionคำบุพบท
8. Conjunctionคำสันธาน
9. Interjectionคำอุทาน

1) Noun — คำนาม

ใช้เรียก คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ ความคิด ความรู้สึก หรือแนวคิดนามธรรม เช่น manager, elephant, table, Bangkok, love, fear และยังแบ่งได้เป็นหลายแบบ เช่น Proper Noun, Common Noun, Countable และ Uncountable Noun

The manager works at a hotel. คำว่า manager และ hotel เป็นคำนาม

2) Pronoun — คำสรรพนาม

ใช้แทนคำนามเพื่อลดการพูดหรือเขียนซ้ำ เช่น I, you, he, she, it, we, they

Anna is my manager. She is very helpful. She ใช้แทน Anna

3) Verb — คำกริยา

ใช้บอก การกระทำ สภาวะ หรือความเป็นอยู่ เช่น run, eat, work, like, be, have กริยาจึงไม่ได้มีเฉพาะคำที่ “แสดงอาการ” เท่านั้น

They work at a hotel. work เป็นคำกริยา

4) Adjective — คำคุณศัพท์

ใช้ขยายคำนามหรือสรรพนาม เพื่อบอกคุณสมบัติ เช่น big, small, beautiful, busy, good

It is a beautiful hotel. beautiful ขยาย hotel

5) Adverb — คำกริยาวิเศษณ์

Adverb ไม่ได้ขยายเฉพาะ Verb และ Adjective แต่ยังสามารถขยาย Adverb อื่น หรือทั้งประโยค ได้ด้วย เช่น quickly, very, often, really

She works very hard. very ขยาย hard และ hard ขยาย works

6) Article — a, an, the

a / an ใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์ที่ยังไม่เฉพาะเจาะจง โดยเลือกจาก เสียง ที่ตามมา ไม่ได้ดูแค่ตัวอักษร: an hour แต่ a university ส่วน the ใช้เมื่อผู้พูดและผู้ฟังรู้ว่ากำลังกล่าวถึงสิ่งใด หรือเป็นสิ่งที่เจาะจงในบริบท

I booked a room. The room has a balcony.

7) Preposition — คำบุพบท

ใช้แสดงความสัมพันธ์เกี่ยวกับ สถานที่ เวลา ทิศทาง หรือความสัมพันธ์อื่น เช่น in, on, at, under, behind, with

The bag is under the table. under แสดงตำแหน่ง

8) Conjunction — คำสันธาน

ใช้เชื่อมคำ วลี หรือประโยค เช่น and, but, or, because, although, if, when, until ส่วน either...or และ neither...nor เป็นคำเชื่อมที่ใช้เป็นคู่

I was tired, but I kept working.

9) Interjection — คำอุทาน

ใช้แสดงอารมณ์หรือปฏิกิริยาโดยตรง เช่น Wow!, Oh!, Ouch!, Hey!, Hurray!, Oops! คำว่า good โดยทั่วไปเป็น Adjective ไม่ใช่ Interjection แม้บางคำจะเปลี่ยนหน้าที่ได้ตามบริบท

Wow! That's a beautiful view.

ดู Parts of Speech ในประโยคเดียว

She quickly opened the heavy door and walked into the room.

PronounAdverbVerb ArticleAdjectiveNoun ConjunctionPreposition
คำศัพท์ประจำวันนี้

กำลังเลือกคำ...

0 รายการที่แสดงจำแล้ว 0/0

คำศัพท์ตัวอย่างแยกตาม Parts of Speech

คำศัพท์คำอ่าน / ความหมาย / หน้าที่ฝึก
hotelNoun
โฮเทล
โรงแรม — คำนาม: สถานที่
managerNoun
แมเนเจอร์
ผู้จัดการ — คำนาม: บุคคล
elephantNoun
เอลละเฟินท์
ช้าง — คำนาม: สัตว์
tableNoun
เทเบิล
โต๊ะ — คำนาม: สิ่งของ
BangkokNoun
แบงค็อก
กรุงเทพฯ — คำนามเฉพาะ: สถานที่
loveNoun
เลิฟ
ความรัก — คำนามนามธรรม
fearNoun
เฟียร์
ความกลัว — คำนามนามธรรม
informationNoun
อินฟอร์เมชัน
ข้อมูล — คำนามนับไม่ได้
IPronoun
ไอ
ฉัน / ผม — สรรพนามบุรุษที่ 1
youPronoun
ยู
คุณ / พวกคุณ
hePronoun
ฮี
เขา — ผู้ชาย
shePronoun
ชี
เธอ — ผู้หญิง
itPronoun
อิท
มัน — สิ่งของ สัตว์ หรือสิ่งที่ไม่ระบุเพศตามบริบท
wePronoun
วี
พวกเรา
theyPronoun
เดย์
พวกเขา / พวกมัน
someonePronoun
ซัมวัน
ใครบางคน — สรรพนามไม่ชี้เฉพาะ
runVerb
รัน
วิ่ง — คำกริยาแสดงการกระทำ
walkVerb
วอล์ก
เดิน
swimVerb
สวิม
ว่ายน้ำ
eatVerb
อีต
กิน / รับประทาน
buyVerb
บาย
ซื้อ
likeVerb
ไลก์
ชอบ
beVerb
บี
เป็น / อยู่ / คือ — linking/auxiliary verb ตามบริบท
haveVerb
แฮฟ
มี / ใช้เป็นกริยาช่วยใน Perfect Tense
bigAdjective
บิก
ใหญ่ — ขยายคำนาม
smallAdjective
สมอล
เล็ก
newAdjective
นิว
ใหม่
oldAdjective
โอลด์
เก่า / แก่ ตามบริบท
goodAdjective
กูด
ดี
badAdjective
แบด
ไม่ดี / แย่
beautifulAdjective
บิวทิฟุล
สวยงาม
busyAdjective
บิซี
ยุ่ง / ไม่ว่าง
quicklyAdverb
ควิกลี
อย่างรวดเร็ว — ขยายกริยา
slowlyAdverb
สโลว์ลี
อย่างช้า ๆ
veryAdverb
เวรี
มาก — ขยาย adjective/adverb เช่น very good
reallyAdverb
เรียลลี
จริง ๆ / มาก
oftenAdverb
ออฟเฟิน
บ่อย ๆ — adverb of frequency
alwaysAdverb
ออลเวย์ส
เสมอ
hereAdverb
เฮียร์
ที่นี่ — adverb of place ในหลายบริบท
hardAdverb
ฮาร์ด
อย่างหนัก ใน work hard; ไม่ใช่ hardly
aArticle
อะ
คำนำหน้านามเอกพจน์ที่ไม่เฉพาะเจาะจง ก่อนเสียงพยัญชนะ
anArticle
แอน
คำนำหน้านามเอกพจน์ที่ไม่เฉพาะเจาะจง ก่อนเสียงสระ
theArticle
เดอะ / ดิ
คำนำหน้านามที่ผู้พูดและผู้ฟังรู้ว่าหมายถึงสิ่งใด หรือกล่าวถึงอย่างเฉพาะเจาะจง
a hotelArticle
อะ โฮเทล
โรงแรมแห่งหนึ่ง
an hourArticle
แอน เอาเออร์
หนึ่งชั่วโมง — ใช้ an เพราะ hour ขึ้นต้นด้วยเสียงสระ
a universityArticle
อะ ยูนิเวอร์ซิตี
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง — ใช้ a เพราะ university เริ่มด้วยเสียง /y/
the managerArticle
เดอะ แมเนเจอร์
ผู้จัดการคนนั้น / ผู้จัดการที่รู้ว่าหมายถึงใคร
inPreposition
อิน
ใน / ข้างใน / ใช้กับเดือน ปี เมือง ประเทศ ตามบริบท
onPreposition
ออน
บน / ใช้กับวันและวันที่ ตามบริบท
atPreposition
แอท
ที่ / ใช้กับจุดหรือเวลาที่เจาะจง
underPreposition
อันเดอร์
ใต้
betweenPreposition
บีทวีน
ระหว่างสองสิ่งหรือหลายสิ่งที่มองแยกเป็นรายตัว
behindPreposition
บีไฮนด์
ด้านหลัง
beforePreposition
บีฟอร์
ก่อน — ใช้เป็น preposition ได้เมื่อหน้าคำนาม/เวลา
withPreposition
วิธ
กับ / ด้วย
andConjunction
แอนด์
และ — เชื่อมคำ วลี หรือประโยค
butConjunction
บัต
แต่
orConjunction
ออร์
หรือ
becauseConjunction
บีคอส
เพราะว่า
althoughConjunction
ออลโธ
แม้ว่า
ifConjunction
อิฟ
ถ้า
whenConjunction
เว็น
เมื่อ / ในเวลาที่ เมื่อทำหน้าที่เชื่อมประโยค
untilConjunction
อันทิล
จนกระทั่ง
either ... orConjunction
อีเธอร์ ... ออร์
ไม่...ก็... — correlative conjunction
neither ... norConjunction
ไนเธอร์ ... นอร์
ไม่ทั้ง...และไม่... — correlative conjunction
Wow!Interjection
ว้าว
ว้าว! — แสดงความประหลาดใจหรือชื่นชม
Oh!Interjection
โอ
โอ้! — แสดงความประหลาดใจ ความเข้าใจ หรืออารมณ์อื่นตามน้ำเสียง
Ouch!Interjection
เอาช์
โอ๊ย! — แสดงความเจ็บ
Hey!Interjection
เฮย์
เฮ้! — เรียกความสนใจ
Hurray!Interjection
ฮูเรย์
เย้! — แสดงความดีใจ
Oops!Interjection
อุ๊ปส์
อุ๊ย! / โอ๊ะ! — ใช้เมื่อทำพลาดเล็กน้อย
Phew!Interjection
ฟิว
เฮ้อ! — แสดงความโล่งใจ

💡 สรุปจำง่าย

ถ้าจำหน้าที่ของคำได้ จะช่วยอ่านประโยคได้เร็วขึ้น: Noun = ชื่อ, Pronoun = แทนชื่อ, Verb = การกระทำ/สภาวะ, Adjective = ขยาย Noun, Adverb = ขยาย Verb/Adjective/Adverb, ส่วน Article, Preposition, Conjunction และ Interjection ช่วยทำให้โครงสร้างและความหมายของประโยคสมบูรณ์ขึ้น

Post a Comment

Previous Post Next Post
🎯 Daily Quiz